5 เรื่องร้ายที่ผ่านเข้ามา จะทำให้คุณรักตัวเองมากขึ้น

บางครั้ง เหตุการณ์เลวร้าย หลายอย่างในชีวิตของเรานั้นก็มักจะเกิดขึ้นในแบบที่เราเองต่างก็ไม่ทันได้เตรียมพร้อมรับมือ

จนทำให้เราแทบจะล้มทั้งยืน โซซัดโซเซไปหลายรอบ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เราก็ต้องลุกขึ้นสู้ต่อ

ขอเพียงอย่าเพิ่งหันหน้าหนีแล้วยอมแพ้ แต่จงหันหน้าเข้าหามันและรับมือ อย่างผู้ชนะจะดีกว่า !

วันนี้เราจะมาไล่เรียงกันว่า เหตุการณ์ร้ายๆ ที่มักจะ สร้างให้เรากลายเป็นคนรักตัวเองมากขึ้น มันมีเหตุการณ์อะไรบ้าง

 

1.ถูกหักหลังจากคนที่รัก

การถูกหักหลังจากคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนสนิท ครอบครัว คนใกล้ตัว หรือคนรักของเราเองก็ตาม

ต่างก็มักจะเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจได้เป็นอย่างดีมากที่สุด จนทำให้บางคนถึงกับ

ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมโลกกับคนเหล่านี้ได้อีก เรียกได้ว่า มีเขาที่ไหน จะต้องไม่มีฉันที่นั่น !

ซึ่งข้อเสียของเหตุการณ์ประเภทนี้ อาจส่งผลให้เราไม่กล้าที่จะไว้ใจใครได้อีก เพราะแม้กระทั่งคนที่เรารัก

ยังสามารถทำร้ายกัน และหักหลังกันเองได้อย่างลงคอ แล้วจะไปเชื่อถืออะไรได้กับคนนอกที่เพิ่งจะเดินเข้ามา !?

 

2. ความสัมพันธ์อันห่วยแตก

เชื่อว่าหลายๆ คน ต่างก็ต้องเคยพบเจอกับความสัมพันธ์ที่สามารถเรียกได้ว่า ‘ ห่วยแตก ’ กันมาแล้วทั้งนั้น

เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดแต่ความเสียใจ และบั่นทอนหัวใจให้แย่ลงไปทุกวันๆ แล้ว

ยังทำให้เราไม่ได้สัมผัส และเรียนรู้ถึงรักแท้ที่มันมีอยู่จริงเสียอีก

ผลกระทบของเรื่องราวในลักษณะนี้ มักทำให้เราไม่อยากที่จะรักใครอีกต่อไป เพราะกลัวความผิดหวัง และความเสียใจต่างๆ นานา

ที่อาจจะต้องพบเจอกับมันอยู่แบบนั้นซ้ำๆ จนสุดท้ายแล้ว ก็กลับกลายเป็นว่ารักใครไม่เป็น หรือไม่สามารถรักใครได้อีกเลย

3. คนที่เข้ามาเพื่อหวังผล

หลายต่อหลายครั้งที่เราเองก็มักจะสามารถสัมผัส และรับรู้ได้ว่า ใครบ้างที่กำลังเดินเข้ามาในชีวิต เพื่อคาดหวังผลประโยชน์บางอย่างจากตัวเรา

มากกว่าที่จะหยิบยื่นมิตรภาพและความจริงใจให้ ซึ่งศัตรูตัวร้ายที่คอยจ้องแต่จะทำลายความรู้สึกของเรา ก็คงหนีไม่พ้นบุคคลในลักษณะนี้เนี่ยแหละ

เพราะนอกจากจะไม่มีความจริงใจอะไรมอบให้แก่กันแล้ว ยังคงคอยจ้องแต่จะฉกฉวยผลประโยชน์ที่เราสร้างขึ้นมากับมืออีกด้วย

ซึ่งการได้พบเจอแต่บุคคลประเภทนี้ อาจทำให้เรากลายเป็นคนหวาดระแวง และมองโลกในแง่ร้ายไปโดยปริยาย

 

 

4. การถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า การถูกทิ้งให้ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ แค่เพียงลำพังอยู่บ่อยครั้ง จะทำให้เรากลายเป็นคนที่สตรอง

ไปพร้อมๆ กับความใจแข็งที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ จนในบางครั้งอาจทำให้กลายเป็นคนที่ดูใจร้ายไปโดยไม่ทันได้ตั้งใจเลยจริงๆ

แต่ข้อดีของการถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวบ่อยๆ นี้ มันอาจเป็นสิ่งที่สามารถช่วยทำให้เราได้หัดรู้จักปกป้องตัวเอง

เพื่อไม่ให้เจ็บปวดกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดความรักตัวเอง และรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองมากยิ่งขึ้นด้วย

 

5. พบเจอแต่คนเห็นแก่ตัว

การพบเจอแต่คนเห็นแก่ตัวเต็มไปหมดในชีวิตประจำวัน อาจมีส่วนบั่นทอนตัวเราเอง จนทำให้เกิดความรู้สึกย่ำแย่ขึ้นมา

อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนที่มีความใจดีอยู่ในตัวเองสูงมากจนเกินไป ที่อาจถูกทำร้ายจิตใจได้ง่ายมากกว่าคนอื่นๆ

จนสุดท้ายแล้ว มันก็อาจจะเป็นข้อเสีย ที่ทำให้เราต้องยอมกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวใส่คนอื่น และรักตัวเองขึ้นมาบ้าง

 

วิธีรักษาแผลใจให้ลุกขึ้นมาก้าวเดินได้อีกครั้ง

1. ฟื้นฟูหัวใจ ด้วยการทำหรือหาอะไรใหม่ๆ

เป็นธรรมดาเมื่อเจอ เหตุการณ์เลวร้าย มันก็ยังจะวนเวียนอยู่ในความทรงจำของเรา ทำให้ไม่เป็นอันกิน อันนอน

แต่ถ้าคุณอยากฟื้นจากความรักผิดหวังนี้ให้ได้โดยเร็ว ก็คือ เราต้องรู้จักลุกขึ้นมาฟื้นฟูหัวใจของเราเองค่ะ

อย่าจมอยู่กับอะไรเดิมๆ ลองมองหาคนใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ หรือสิ่งที่ท้าทายในชีวิต แล้วคุณจะพบว่า

โลกนี้ยังกว้างไกล มีอะไรให้ต้องทำ มากกว่าการมานั่งร้องไห้ เสียใจอยู่แต่ในห้อง

2. แสร้งทำเป็นยิ้มบ้าง

เจอ เหตุการณ์เลวร้าย ใครจะมายิ้มออกใช่ใหม่ล่ะ? แต่บางทีการแสร้งเป็นยิ้มก็ดีต่อสุขภาพใจของเราเองค่ะ

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจค่ะว่า ถ้าเราฉีกยิ้ม แม้เราไม่ได้อยากจะยิ้มจริงๆ แต่สมองของเราก็จะรับรู้ไปอัตโนมัติค่ะว่า

นี่เป็นสัญญาณของความสุข สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คุณจะรู้สึกดี มีความสุขขึ้นอีกนิดๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งถูกหักอกมาหมาดๆ

หรือให้คิดเสียว่า ไม่ใช่เรื่องแย่นะ อย่างน้อยก็ยังเคยมีช่วงเวลาดีๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักกับความรัก

3. ออกกำลังกาย ลืมความเศร้า

เหตุการณ์ที่ทำให้เราเครียด และทำให้ซึมเศร้าได้ วิธีหนึ่งที่จะทำให้เราฝืนตัวเราก็คือ การลุกขึ้นมาออกกำลังกายค่ะ

เจ็บ แค้น เสียใจมากแค่ไหน ก็ระบายออกมาด้วยการออกกำลังหายเลย มีงานวิจัยออกมาบอกว่า การออกกำลังกาย

จะสัมพันธ์กับความรู้สึก ออกกำลังกายจะช่วยลดฮอร์โมนความเครียด และหลั่งสารความสุขออกมาได้

และข้อดีของการออกกำลังกายอีกอย่างคือ เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้ทบทวนตัวเองค่ะ

ได้สัมผัสถึงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ และมองไปยังเป้าหมายอื่นในชีวิต ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องความรัก

4. อยู่กับปัจจุบัน

คนเราเจอเหตุการณ์แย่ๆ สิ่งที่เรามักนึกถึงก็คือ มองภาพของตัวเองในอนาคตว่า ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตโดยไม่มีเขาได้อย่างไร

ซึ่ง 2 ความคิดนี้เป็นเรื่องของอดีตและอนาคตค่ะ ซึ่งมันไม่มีประโยชน์ที่จะไปนึกถึงอดีตที่ย้อนกลับไปไม่ได้

และก็ทำให้เราเครียดเปล่าๆ กับการนึกถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทางที่ดีที่สุดคือ อยู่กับปัจจุบัน ลองมองดูรอบๆ ตัวเราว่า

มีใครบ้างที่อยู่เคียงข้างเรา อย่างเช่น พ่อ แม่ เพื่อน ญาติพี่น้อง ลองนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี

และทำปัจจุบันให้ดีที่สุดค่ะ แม้ตอนนี้จะไม่มีเขาแล้ว แต่ชีวิตคุณก็ดำเนินต่อไปได้ โดยไม่มีเขา

5. อย่าอยู่คนเดียว

ยิ่งอยู่คนเดียวก็จะยิ่งทำให้เราฟุ้งซ่าน และลืมเขายากมากขึ้น ในช่วงเวลานี้ ควรออกไปพบปะพูดคุยกับเพื่อน

ระบายความในใจให้เพื่อนฟัง และเราอาจจะได้คำแนะนำดีๆ จากเพื่อนเรา พร้อมกับทำให้เรารับรู้ว่า

แม้คนรักเราจะจากไปหรือทิ้งเราไป แต่เราก็ยังมีสิ่งล้ำค่าอย่าง “เพื่อน” หลงเหลืออยู่

 

6. เขาไม่รัก ก็หันมารักตัวเอง

เขาไม่รักเราแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าไม่รักตัวเองเนี่ย มีปัญหาแน่ๆ เพราะเราอาจจะป่วยทั้งทางกายและทางใจ

ให้ถือซะว่า ไหนๆ เขาก็ไม่รักเราแล้ว ลองเอาเวลานี้หันมารักตัวเราเองดีกว่า อย่าให้ตัวเองต้องรู้สึกแย่ไปกว่านี้เลย

ด้วยการหันมาใส่ใจกับตัวเองมากขึ้น เช่น กินอาหารที่ดีๆ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง พัฒนาทักษะอื่นๆ ในการทำงาน

ดูแลผิวพรรณตัวเองให้สวยขึ้น ดีไม่ดี นี่อาจจะเป็นโอกาสใหม่ ให้เราพบเจอรักครั้งใหม่ที่ดีกว่าเดิมก็ได้นะคะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s